การเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่มีแอปแผนที่ใช้งานไม่ได้, แอปแปลภาษาไม่ทำงาน, ไม่สามารถเรียกรถ Grab หรือแท็กซี่ได้ นั่นหมายความว่าการท่องเที่ยวจะไม่สนุกอีกต่อไปแล้ว ในปี 2026 การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนจะกลายเป็น “สิ่งจำเป็น” ที่สำคัญไม่แพ้กับพาสปอร์ต แต่หากไม่คิดให้ดีในการใช้งานอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ อาจจะมีบิลค่าบริการหลายหมื่นเยนส่งมาถึงหลังจากกลับถึงบ้านก็เป็นได้
ทางเลือกในการสื่อสารมีอยู่ 4 แบบหลัก ได้แก่ พ็อกเก็ต Wi-Fi, SIM การ์ดในประเทศ, eSIM และการโรมมิ่งต่างประเทศ โดยแต่ละแบบมีความแตกต่างกันในด้านราคา ความสะดวก และความเร็ว ซึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดจะขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทางและสไตล์การเดินทางของคุณ ในบทความนี้เราจะเปรียบเทียบทั้ง 4 ทางเลือกอย่างละเอียด ตั้งแต่คำแนะนำตามจุดหมายปลายทาง วิธีการตั้งค่า eSIM จนถึงการประมาณการการใช้ข้อมูล เพื่อให้คุณสามารถใช้อินเทอร์เน็ตในต่างประเทศได้ในราคาที่ถูกที่สุด
เปรียบเทียบวิธีการสื่อสาร 4 แบบ
ก่อนอื่นให้ทำความเข้าใจภาพรวมของวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ 4 วิธี ในอดีตพ็อกเก็ต Wi-Fi เป็นที่นิยม แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา eSIM ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ทางเลือกมีมากขึ้น โดย eSIM เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด เนื่องจากสามารถซื้อและตั้งค่าออนไลน์ล่วงหน้าได้ และสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ทันทีเมื่อถึงที่หมาย
| หมวดการเปรียบเทียบ | พ็อกเก็ต Wi-Fi | SIM การ์ดในประเทศ | eSIM | การโรมมิ่งต่างประเทศ |
|---|---|---|---|---|
| ราคา (7 วัน/เอเชีย) | 4,000〜8,000 เยน | 500〜2,000 เยน | 800〜3,000 เยน | 7,000〜20,000 เยน |
| ราคา (7 วัน/ยุโรปและอเมริกา) | 6,000〜12,000 เยน | 1,500〜4,000 เยน | 1,500〜5,000 เยน | 14,000〜30,000 เยน |
| ความเร็วในการสื่อสาร | ★★★★☆ | ★★★★★ | ★★★★☆ | ★★★☆☆ |
| ความสะดวก | ★★★☆☆ | ★★☆☆☆ | ★★★★★ | ★★★★★ |
| การใช้งานหลายคน | ○ (สูงสุด 5 อุปกรณ์) | × (1 อุปกรณ์) | × (1 อุปกรณ์) | × (1 อุปกรณ์) |
| หมายเลขโทรศัพท์ | ไม่มี | มี (หมายเลขในประเทศ) | ไม่มีหรือมี | หมายเลขญี่ปุ่น 그대로 |
| การเตรียมล่วงหน้า | ต้องจองและรับ | ซื้อที่สนามบิน | ซื้อและตั้งค่าในแอป | สมัครผ่านผู้ให้บริการ |
| ความยุ่งยากในการชาร์จ | มี (อุปกรณ์แยก) | ไม่มี | ไม่มี | ไม่มี |
หากเดินทางคนเดียว eSIM เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด, หากเดินทางเป็นกลุ่มพ็อกเก็ต Wi-Fi จะเหมาะที่สุด, หากต้องการโทรในประเทศก็เลือก SIM การ์ดในประเทศ การโรมมิ่งต่างประเทศสะดวกที่สุด แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้นจึงไม่แนะนำเว้นแต่จะเดินทางในระยะสั้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
คุณสมบัติของพ็อกเก็ต Wi-Fi และบริการที่แนะนำ
พ็อกเก็ต Wi-Fi คือบริการเช่ารูเตอร์ขนาดเล็กเพื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi ในต่างประเทศ จุดแข็งที่ใหญ่ที่สุดคือ สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สูงสุด 5 เครื่องพร้อมกัน หากแชร์กับครอบครัวหรือกลุ่มในการเดินทางจะช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อคนได้มาก สามารถรับอุปกรณ์ที่สนามบินหรือส่งถึงบ้านและส่งคืนเมื่อกลับบ้านได้อย่างง่ายดาย
| ชื่อบริการ | ราคา (1 วัน/เอเชีย) | ราคา (1 วัน/ยุโรปและอเมริกา) | ขนาดข้อมูล | การรับและส่งคืน |
|---|---|---|---|---|
| Global WiFi | 670〜1,170 เยน | 970〜1,670 เยน | 300MB〜ไม่จำกัด | เคาน์เตอร์สนามบิน/ส่งถึงบ้าน |
| Imoto no WiFi | 680〜1,580 เยน | 1,080〜1,880 เยน | 500MB〜ไม่จำกัด | เคาน์เตอร์สนามบิน/ส่งถึงบ้าน |
| WiFiBOX | 390〜990 เยน | 690〜1,590 เยน | 500MB〜ไม่จำกัด | เครื่องให้เช่าที่สนามบิน |
| ZEUS WiFi | 480〜980 เยน | 780〜1,480 เยน | 300MB〜ไม่จำกัด | ส่งถึงบ้านเท่านั้น |
WiFiBOX เป็นบริการใหม่ที่เปิดตัวในปี 2023 ซึ่งสามารถเช่าจากเครื่องให้เช่าที่สนามบินได้ทันที โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า จึงสามารถใช้เป็นแบ็คอัพในกรณีฉุกเฉินเมื่อ “การตั้งค่า eSIM ไม่สำเร็จ” ได้ ค่าบริการก็อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในกลุ่มเช่า Wi-Fi ทำให้มีความคุ้มค่า
ข้อเสียของพ็อกเก็ต Wi-Fi คือจำเป็นต้องชาร์จอุปกรณ์, ต้องพกพาตลอดเวลา, และมีความเสี่ยงในการสูญหายหรือเสียหาย ควรสมัครตัวเลือกประกัน (วันละ 200〜500 เยน) เพื่อความปลอดภัย
วิธีการซื้อ SIM การ์ดในประเทศและข้อควรระวัง
SIM การ์ดในประเทศสามารถซื้อได้ที่สนามบินหรือร้านค้าในเมือง และนำไปใส่ในสมาร์ทโฟนของคุณ เนื่องจากใช้เครือข่ายการสื่อสารในประเทศโดยตรง ความเร็วในการสื่อสารจึงมีความเสถียรที่สุดในบรรดาทางเลือกทั้ง 4 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะในไทยและเวียดนามที่มีแพ็กเกจข้อมูลไม่จำกัดในราคา 500〜1,500 เยนต่อสัปดาห์
| จุดหมายปลายทาง | ผู้ให้บริการหลัก | ราคาโดยประมาณ (7 วัน) | ขนาดข้อมูล | สถานที่ซื้อ |
|---|---|---|---|---|
| ไทย | AIS / DTAC / TRUE | 300〜600 บาท (1,260〜2,520 เยน) | ไม่จำกัด〜30GB | เคาน์เตอร์สนามบิน |
| เกาหลี | KT / SK / LG U+ | 15,000〜25,000 วอน (1,750〜2,900 เยน) | ไม่จำกัด | เคาน์เตอร์สนามบิน |
| ไต้หวัน | Chunghwa Telecom / Taiwan Mobile | 300〜500 NTD (1,400〜2,340 เยน) | ไม่จำกัด | เคาน์เตอร์สนามบิน |
| อเมริกา | T-Mobile / AT&T | $25〜50 (3,800〜7,600 เยน) | 10〜30GB | สนามบิน/ร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ |
| ยุโรป | Vodafone / Orange | €10〜30 (1,700〜5,100 เยน) | 10〜50GB | สนามบิน/ร้านค้าเครือข่าย |
ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดในการใช้ SIM การ์ดในประเทศคือสมาร์ทโฟนของคุณต้องเป็น SIM ฟรี สมาร์ทโฟนที่ซื้อจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021 เป็นต้นไปจะเป็น SIM ฟรีโดยหลักการ แต่หากเป็นอุปกรณ์ที่ซื้อก่อนหน้านั้นจะต้องปลดล็อก SIM ก่อน อาจตรวจสอบได้ที่ “การตั้งค่า→ทั่วไป→ข้อมูล→ล็อก SIM” และหากล็อกอยู่ให้ดำเนินการปลดล็อกที่ร้านค้าหรือออนไลน์ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
นอกจากนี้ยังต้องระวังว่าหากเปลี่ยนไปใช้ SIM การ์ดในประเทศจะไม่สามารถรับสายโทรศัพท์จากหมายเลขญี่ปุ่นได้ หากต้องการรับสายหรือข้อความยืนยัน SMS ที่ส่งไปยังหมายเลขญี่ปุ่น แนะนำให้ใช้ eSIM ร่วมกับ SIM การ์ด (Dual SIM)
ข้อดีและวิธีการตั้งค่า eSIM
eSIM เป็นวิธีการสื่อสารยุคใหม่ที่ไม่ต้องใช้ SIM การ์ดจริง สามารถซื้อและตั้งค่าออนไลน์ได้ ในปี 2026 สมาร์ทโฟนหลายรุ่นเช่น iPhone XS ขึ้นไปหรือ Google Pixel 4 ขึ้นไป รองรับ eSIM และเป็นวิธีการสื่อสารที่มีการเติบโตสูงสุดสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่ต้องเปลี่ยน SIM การ์ด สามารถเพิ่มการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างประเทศได้โดยยังคงใช้ SIM ของญี่ปุ่นอยู่
| บริการ eSIM | ราคาโดยประมาณ (7 วัน/เอเชีย) | ราคาโดยประมาณ (7 วัน/ยุโรปและอเมริกา) | จำนวนประเทศที่รองรับ | คุณสมบัติ |
|---|---|---|---|---|
| Airalo | 500〜2,500 เยน | 1,200〜4,000 เยน | มากกว่า 200 ประเทศ | บริการใหญ่ที่สุด แอปใช้งานง่าย |
| Holafly | 700〜2,700 เยน | 1,500〜4,200 เยน | มากกว่า 170 ประเทศ | แพ็กเกจข้อมูลไม่จำกัดมีให้เลือกมากมาย |
| Ubigi | 600〜2,000 เยน | 1,000〜3,500 เยน | มากกว่า 190 ประเทศ | แข็งแกร่งในยุโรป |
| trifa (トリファ) | 600〜2,200 เยน | 1,200〜3,800 เยน | มากกว่า 195 ประเทศ | รองรับภาษาไทย บริษัทญี่ปุ่น |
| Rakuten Mobile (ต่างประเทศ) | 0 เยน (สูงสุด 2GB) | 0 เยน (สูงสุด 2GB) | มากกว่า 70 ประเทศ | ผู้ใช้ Rakuten ไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม |
ผู้ใช้ Rakuten Mobile สามารถใช้บริการข้อมูลต่างประเทศได้ฟรีสูงสุด 2GB โดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้ไม่ต้องการวิธีการสื่อสารเพิ่มเติมในกรณีเดินทางระยะสั้น แต่หากใช้เกิน 2GB จะมีการจำกัดความเร็ว ดังนั้นหากคุณดูวิดีโอหรือใช้การแชร์ข้อมูลบ่อยๆ ควรพิจารณาซื้อ eSIM เพิ่มเติม
ขั้นตอนการตั้งค่า eSIM มีดังนี้ ควรทำการตั้งค่าให้เสร็จสิ้นที่บ้านก่อนออกเดินทาง
| ขั้นตอน | วิธีการ | เวลาที่ใช้ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| 1. ตรวจสอบความเข้ากันได้ | ตรวจสอบว่าสมาร์ทโฟนรองรับ eSIM หรือไม่ | 1 นาที | ตรวจสอบที่การตั้งค่า→ทั่วไป→ข้อมูล |
| 2. ซื้อ | ซื้อแพ็กเกจสำหรับจุดหมายปลายทางผ่านแอป Airalo | 3 นาที | ชำระเงินด้วยบัตรเครดิต |
| 3. ติดตั้ง | สแกน QR โค้ดเพื่อเพิ่ม eSIM | 2 นาที | ทำในสภาพแวดล้อม Wi-Fi |
| 4. ตั้งค่า | เปลี่ยนข้อมูลมือถือเป็น eSIM | 1 นาที | ตั้งค่าให้เสร็จก่อนออกเดินทาง |
| 5. เริ่มใช้งาน | เปิดการโรมมิ่งข้อมูลเมื่อถึงที่หมาย | 30 วินาที | จะเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ |
การประมาณการการใช้ข้อมูลและเทคนิคการประหยัด
เมื่อเลือกแพ็กเกจข้อมูลในต่างประเทศ หลายคนอาจสงสัยว่า “ต้องใช้กี่ GB ถึงจะพอ” การใช้สมาร์ทโฟนในระหว่างการเดินทางจะแตกต่างจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยมักจะใช้แอปแผนที่และแอปแปลภาษาเป็นประจำ ในขณะที่การดูวิดีโอมักจะลดลง โดยทั่วไปแล้วสำหรับการท่องเที่ยว 1 วันควรใช้ข้อมูลประมาณ 500MB〜1GB
| สถานการณ์การใช้งาน | ข้อมูลที่ใช้ต่อครั้ง | จำนวนการใช้งานต่อวัน | การใช้ข้อมูลต่อวัน |
|---|---|---|---|
| แอปแผนที่ (Google Maps) | 5〜10MB | 10〜20 ครั้ง | 50〜200MB |
| การดู SNS (Instagram เป็นต้น) | 10〜30MB | 5〜10 ครั้ง | 50〜300MB |
| ข้อความ (LINE เป็นต้น) | 1〜5MB | 20〜50 ครั้ง | 20〜100MB |
| แอปแปลภาษา | 1〜3MB | 10〜20 ครั้ง | 10〜60MB |
| เรียกรถ Grab/Uber | 3〜5MB | 3〜5 ครั้ง | 10〜25MB |
| วิดีโอคอล (5 นาที) | 30〜50MB | 1〜2 ครั้ง | 30〜100MB |
| การสำรองข้อมูลคลาวด์ของภาพ | 50〜200MB | อัตโนมัติ | 50〜200MB |
วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการประหยัดการใช้ข้อมูลคือการดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ของ Google Maps หากคุณบันทึกแผนที่ของจุดหมายปลายทางในสภาพแวดล้อม Wi-Fi ก่อนออกเดินทาง จะช่วยลดการใช้ข้อมูลในการดูแผนที่เกือบเป็นศูนย์ เนื่องจากแผนที่เป็นสิ่งที่ใช้ข้อมูลมากที่สุดในระหว่างการนำทาง วิธีการนี้เพียงอย่างเดียวสามารถช่วยประหยัดข้อมูลได้มากกว่า 200MB ต่อวัน
เทคนิคการประหยัดอื่นๆ ได้แก่ การปิดการสำรองข้อมูลอัตโนมัติของภาพ, การหยุดการเล่นวิดีโออัตโนมัติใน SNS, การปิดการอัปเดตอัตโนมัติของแอป, และการใช้ Wi-Fi ของโรงแรมอย่างเต็มที่
วิธีการสื่อสารที่แนะนำตามจุดหมายปลายทาง
เนื่องจากสภาพแวดล้อมการสื่อสารและความสะดวกในการรับ SIM การ์ดจะแตกต่างกันไปตามจุดหมายปลายทาง การเลือกวิธีการสื่อสารที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เอเชียมีความคุ้มค่าในเรื่อง SIM การ์ดในประเทศและตั้งค่าได้ง่าย แต่ยุโรปมีการเดินทางข้ามประเทศบ่อยครั้งจึงเหมาะกับ eSIM ที่มีแพ็กเกจกว้างขวาง
| จุดหมายปลายทาง | แนะนำอันดับ 1 | แนะนำอันดับ 2 | เหตุผล |
|---|---|---|---|
| เกาหลี (ระยะสั้น) | eSIM | SIM การ์ดในประเทศ | SIM ที่สนามบินสะดวก แต่ eSIM ราคาถูกกว่า |
| ไทย | SIM การ์ดในประเทศ | eSIM | SIM ที่สนามบินราคาถูกและตั้งค่าได้ง่าย |
| ไต้หวัน | SIM การ์ดในประเทศ | eSIM | เคาน์เตอร์ SIM ที่สนามบิน桃園สะดวกมาก |
| ฮาวาย/อเมริกา | eSIM | พ็อกเก็ต Wi-Fi | SIM ในประเทศมีราคาสูง, eSIM คุ้มค่าที่สุด |
| ยุโรป | eSIM (แพ็กเกจกว้าง) | พ็อกเก็ต Wi-Fi | ไม่ต้องเปลี่ยน SIM ข้ามประเทศ |
| ออสเตรเลีย | eSIM | SIM การ์ดในประเทศ | SIM ที่สนามบินมีราคาสูง, eSIM สะดวกกว่า |
รายการตรวจสอบสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศสามารถดูได้ที่ รายการสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ และรายการสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการเดินทางสามารถดูได้ที่ รายการตรวจสอบสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง
การใช้ Wi-Fi ฟรีและข้อควรระวัง
หากต้องการลดค่าใช้จ่ายในการสื่อสารให้เป็นศูนย์ คุณสามารถเลือกใช้ Wi-Fi ฟรีจากโรงแรมหรือคาเฟ่ อย่างไรก็ตามมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ดังนั้น เมื่อใช้ Wi-Fi ฟรีควรหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์หรือกรอกข้อมูลบัตรเครดิตโดยเด็ดขาด การติดตั้งแอป VPN จะช่วยเข้ารหัสการสื่อสารแม้ใน Wi-Fi สาธารณะ ทำให้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างมาก
| จุดเชื่อมต่อ Wi-Fi | ความเร็วโดยประมาณ | ความปลอดภัย | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| โรงแรม (ระดับกลางถึงสูง) | สูง | ค่อนข้างปลอดภัย | สัญญาณอาจอ่อนในบางห้อง |
| โรงแรม (ราคาประหยัด) | ต่ำถึงกลาง | ค่อนข้างไม่แน่นอน | อาจมีเฉพาะในล็อบบี้ |
| คาเฟ่ (เช่น Starbucks) | กลางถึงสูง | ต้องระวัง | อาจมีการจำกัดเวลา |
| สนามบิน | กลาง | ต้องระวัง | อาจต้องใช้หมายเลขพาสปอร์ตในการเชื่อมต่อ |
| ห้างสรรพสินค้า | ต่ำถึงกลาง | ต้องระวัง | การเชื่อมต่อมักไม่เสถียร |
การพึ่งพา Wi-Fi ฟรีเพียงอย่างเดียวในการเดินทางนั้นค่อนข้างไม่สะดวก โดยเฉพาะเมื่อไม่สามารถใช้แอปแผนที่ในพื้นที่กลางแจ้ง, ไม่สามารถเรียกรถแท็กซี่ได้, หรือไม่สามารถใช้แอปแปลภาษาในการสั่งอาหารที่ร้านอาหารได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความเครียดสะสม ค่าใช้จ่ายในการสื่อสารเพียงวันละไม่กี่ร้อยเยนสามารถเปลี่ยนความสะดวกสบายในการเดินทางได้อย่างมาก ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ใช้ eSIM หรือ SIM การ์ดในประเทศ
หากคุณต้องการตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางรวมถึงค่าใช้จ่ายในการสื่อสาร คุณอาจพิจารณาใช้บริการท่องเที่ยวแบบสมาชิก ซึ่งอาจช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก เช่น รีสอร์ทในฮาวายที่ราคาปกติ ¥312,398 อาจลดเหลือเพียง ¥55,000 (ลด 82%) ซึ่งสามารถประหยัดได้มากกว่าค่าบริการสื่อสารหลายเท่า
ดูรายละเอียดบริการท่องเที่ยวแบบสมาชิก
คำถามที่พบบ่อย
Q. eSIM และ SIM การ์ดจริงสามารถใช้พร้อมกันได้หรือไม่?
ใช่ หากสมาร์ทโฟนรองรับ Dual SIM สามารถใช้งานพร้อมกันได้ โดย iPhone XS ขึ้นไปและ Google Pixel 4 ขึ้นไปรองรับการใช้งานนี้ โดยทั่วไปแล้วจะใช้ SIM การ์ดญี่ปุ่น (SIM การ์ดจริง) เพื่อรักษาหมายเลขโทรศัพท์ และใช้ eSIM สำหรับการสื่อสารข้อมูลในต่างประเทศ เพียงเปลี่ยนการตั้งค่าในหน้าจอ “การสื่อสารข้อมูลมือถือ” เป็น eSIM ก็สามารถใช้งานได้
Q. ในต่างประเทศ 1GB สามารถใช้งานได้ประมาณเท่าไหร่?
สำหรับการใช้งานทั่วไปในการท่องเที่ยว 1GB จะใช้ได้ประมาณ 1〜2 วัน หากใช้แอปแผนที่ 20 ครั้งต่อวัน, ดู SNS อย่างพอประมาณ, และส่งข้อความผ่าน LINE ก็จะใช้ข้อมูลประมาณ 500MB ต่อวัน แต่หากดูวิดีโอหรือวิดีโอคอลบ่อยๆ 1GB อาจหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้นเพื่อประหยัดข้อมูล ควรจำกัดการดูวิดีโอให้ใช้ Wi-Fi ของโรงแรม
Q. หากสูญหายพ็อกเก็ต Wi-Fi จะต้องจ่ายค่าชดเชยเท่าไหร่?
หากไม่ได้สมัครตัวเลือกประกัน ค่าชดเชยสำหรับอุปกรณ์ที่สูญหายจะอยู่ที่ประมาณ 20,000〜40,000 เยน สำหรับ Global WiFi หากสมัครแพ็กเกจประกันความปลอดภัย (วันละ 300 เยน) จะลดค่าชดเชยลง 80% การพิจารณาความเสี่ยงในการสูญหายจึงควรสมัครตัวเลือกประกันวันละ 200〜500 เยน นอกจากนี้ eSIM ไม่มีความเสี่ยงในการสูญหายของอุปกรณ์ ดังนั้นหากคุณกังวล eSIM จะปลอดภัยกว่า
Q. สามารถใช้อินเทอร์เน็ตในเครื่องบินได้หรือไม่?
หากใช้บริการ Wi-Fi ในเครื่องบินของสายการบิน คุณสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ในระหว่างการบิน อย่างไรก็ตามค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 1,000〜3,000 เยนต่อเที่ยวบิน และความเร็วมักจะช้ากว่าการเชื่อมต่อมือถือบนพื้นดิน การส่งและรับข้อความไม่มีปัญหา แต่การสตรีมวิดีโอมักจะมีข้อจำกัด ในเที่ยวบินระยะไกลของ JAL และ ANA อาจมีบริการ Wi-Fi ฟรี ดังนั้นควรตรวจสอบล่วงหน้า